top of page
เบลอสำนักงานมหาดไทย

ร้านอาหาร 4 รูปแบบที่ควรใช้หุ่นยนต์เสิร์ฟอาหาร (พร้อมเหตุผล)

7 มิ.ย. 2565
ยาว 1 นาที

อัปเดตเมื่อ 5 ก.ย.

ร้านอาหาร 4 รูปแบบที่เหมาะกับการใช้หุ่นยนต์เสิร์ฟอาหารช่วยงานพนักงาน

คำตอบสั้นๆ: ร้านอาหารที่ได้ประโยชน์จากหุ่นยนต์เสิร์ฟชัดเจนที่สุดมี 4 แบบ ได้แก่ (1) ร้านขนาดใหญ่ที่มีโต๊ะเยอะ (2) ร้านบุฟเฟต์ (3) ร้านที่เปิดขายเป็นเวลานาน และ (4) ร้านที่หาพนักงานเสิร์ฟยาก


หากร้านของคุณอยู่ในกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งจาก 4 รูปแบบนี้ การนำหุ่นยนต์เข้ามาช่วยงานจะเพิ่มประสิทธิภาพการบริการและช่วยเพิ่มกำไรได้จริง

มาดูกันทีละแบบว่าแต่ละกรณีหุ่นยนต์เข้าไปช่วยตรงจุดไหน


1. ร้านขนาดใหญ่ที่มีจำนวนโต๊ะเยอะ

คำตอบสั้นๆ: ยิ่งร้านใหญ่ พนักงานยิ่งต้องเดินไกลต่อการเสิร์ฟหนึ่งครั้ง หุ่นยนต์เสิร์ฟช่วยได้เพราะเดินรอบเดียวส่งอาหารได้สูงสุดถึง 3 โต๊ะพร้อมกัน


ในร้านที่มีพื้นที่กว้างและโต๊ะจำนวนมาก พนักงานต้องเดินระยะทางค่อนข้างไกลในทุกๆ รอบการเสิร์ฟ

การใช้หุ่นยนต์จึงช่วยลดภาระงานเดินลงได้มาก เพราะหุ่นยนต์ลำเลียงอาหารได้หลายโต๊ะในการเดินเพียงรอบเดียว


2. ร้านอาหารแบบบุฟเฟต์

คำตอบสั้นๆ: ในร้านบุฟเฟต์ งานเสิร์ฟคิดเป็น 60-70% ของงานพนักงานบริการทั้งหมด การให้หุ่นยนต์รับงานส่วนนี้ไปจึงคืนเวลาให้พนักงานไปดูแลลูกค้าได้มากขึ้น


ร้านบุฟเฟต์เป็นประเภทที่พนักงานใช้เวลากับการเสิร์ฟมากที่สุดเมื่อเทียบกับงานบริการด้านอื่น

เมื่อหุ่นยนต์เข้ามารับงานลำเลียงอาหาร พนักงานก็ไม่ต้องคอยเดินเข้า-ออกครัวเพื่อนำอาหารมาเสิร์ฟ และมีเวลาไปโฟกัสกับการดูแลลูกค้าที่โต๊ะแทน


3. ร้านอาหารที่เปิดขายเป็นเวลานาน

คำตอบสั้นๆ: ร้านที่เปิดตั้งแต่เช้าถึงค่ำต้องจ้างพนักงานอย่างน้อย 2 กะหรือจ้าง Part Time เพิ่ม แต่หุ่นยนต์จ่ายเป็นค่าเช่ารายเดือนแล้วใช้งานได้ 24 ชั่วโมง 7 วัน โดยไม่มีต้นทุนเพิ่ม


ยิ่งเปิดร้านนานเท่าไหร่ ต้นทุนค่าแรงก็ยิ่งเพิ่มตามจำนวนกะที่ต้องจัด

ในทางกลับกัน ค่าเช่าหุ่นยนต์เป็นต้นทุนคงที่รายเดือนที่เริ่มต้นเพียง 7,000-8,000 บาท ไม่ว่าจะใช้งานกี่ชั่วโมงต่อวันก็ตาม ยิ่งเปิดร้านนาน ความคุ้มค่าต่อชั่วโมงก็ยิ่งสูงขึ้น


4. ร้านอาหารที่หาพนักงานเสิร์ฟยาก

คำตอบสั้นๆ: ร้านที่ทำเลเดินทางไม่สะดวกหรือเจอปัญหา Turn Over สูง ใช้หุ่นยนต์ช่วยลดภาระงานหนักได้ ทำให้พนักงานลาออกน้อยลงและวางแผนกำลังคนได้ง่ายขึ้น


ปัญหาการหาพนักงานเสิร์ฟมักมาจากสองสาเหตุ คือทำเลร้านที่เดินทางลำบาก และอัตราการลาออกที่สูงเพราะงานหนัก

เมื่อพนักงานขาด ลา มาสายบ่อย ย่อมกระทบทั้งการวางแผนกำลังคนและคุณภาพการบริการที่ลูกค้าได้รับ

การนำหุ่นยนต์เข้ามาช่วยแบ่งเบางานเดินจึงตอบโจทย์ในหลายมิติ:

  • ลดการลาออกของพนักงาน เพราะภาระงานเดินลดลง พนักงานเหนื่อยน้อยลง

  • ไม่มีขาด ลา มาสาย ทำให้เจ้าของร้านวางแผนตารางงานได้แม่นยำขึ้น

  • ไม่ต้องปรับเงินเดือนและไม่มีสวัสดิการเพิ่มเติม ต้นทุนต่อเดือนคงที่และคาดการณ์ได้


สรุป 4 รูปแบบร้านที่เหมาะกับหุ่นยนต์เสิร์ฟ

  • ร้านขนาดใหญ่โต๊ะเยอะ — ลดระยะทางเดินของพนักงาน เสิร์ฟได้ถึง 3 โต๊ะต่อรอบ

  • ร้านบุฟเฟต์ — งานเสิร์ฟคิดเป็น 60-70% ของงานพนักงาน หุ่นยนต์รับไปได้เกือบทั้งหมด

  • ร้านเปิดขายนาน — ค่าเช่ารายเดือนคงที่ ใช้งานได้ 24 ชั่วโมง 7 วัน

  • ร้านหาพนักงานยาก — ลดการลาออก ไม่มีขาดลามาสาย วางแผนกำลังคนง่ายขึ้น


คำถามที่พบบ่อย

หุ่นยนต์เสิร์ฟหนึ่งตัวเสิร์ฟได้กี่โต๊ะต่อรอบ?

หุ่นยนต์เสิร์ฟสามารถลำเลียงอาหารได้สูงสุดถึง 3 โต๊ะในการเดินเพียงรอบเดียว จึงช่วยลดจำนวนรอบการเดินของพนักงานได้มาก


ร้านบุฟเฟต์ได้ประโยชน์จากหุ่นยนต์เสิร์ฟมากแค่ไหน?

มาก เพราะในร้านบุฟเฟต์ งานเสิร์ฟคิดเป็นสัดส่วน 60-70% ของงานพนักงานบริการ การให้หุ่นยนต์รับงานส่วนนี้จึงคืนเวลาให้พนักงานไปดูแลลูกค้าได้เต็มที่


ค่าเช่าหุ่นยนต์เสิร์ฟอาหารเดือนละเท่าไหร่?

เริ่มต้นที่ 7,000-8,000 บาทต่อเดือน โดยใช้งานได้ 24 ชั่วโมง 7 วัน ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มตามจำนวนชั่วโมงการใช้งาน


หุ่นยนต์เสิร์ฟช่วยแก้ปัญหาหาพนักงานไม่ได้จริงหรือ?

ช่วยได้ในแง่ลดภาระงานหนักที่ทำให้พนักงานลาออก และหุ่นยนต์ไม่มีปัญหาขาด ลา มาสาย ทำให้ร้านวางแผนกำลังคนได้แน่นอนกว่าเดิม


สรุป

หุ่นยนต์เสิร์ฟอาหารไม่ได้เหมาะกับทุกร้าน แต่ถ้าร้านของคุณเข้าข่าย 1 ใน 4 รูปแบบข้างต้น ผลตอบแทนที่ได้จะเห็นชัดทั้งด้านต้นทุน คุณภาพบริการ และการบริหารกำลังคน

ด้วยค่าเช่าเริ่มต้นเพียง 7,000-8,000 บาทต่อเดือน เจ้าของร้านจึงเริ่มทดลองใช้งานจริงได้โดยไม่ต้องลงทุนก้อนใหญ่

หากอยากรู้ว่าร้านของคุณเหมาะกับหุ่นยนต์รุ่นไหน ติดต่อทีมงานไอดิโอเทคเพื่อขอคำปรึกษาได้เลย

ความคิดเห็น

ได้รับ 0 เต็ม 5 ดาว
ยังไม่มีการให้คะแนน

ให้คะแนน
bottom of page