ร้านอาหาร 4 รูปแบบที่ควรใช้หุ่นยนต์เสิร์ฟอาหาร (พร้อมเหตุผล)
อัปเดตเมื่อ 5 ก.ย.

คำตอบสั้นๆ: ร้านอาหารที่ได้ประโยชน์จากหุ่นยนต์เสิร์ฟชัดเจนที่สุดมี 4 แบบ ได้แก่ (1) ร้านขนาดใหญ่ที่มีโต๊ะเยอะ (2) ร้านบุฟเฟต์ (3) ร้านที่เปิดขายเป็นเวลานาน และ (4) ร้านที่หาพนักงานเสิร์ฟยาก
หากร้านของคุณอยู่ในกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งจาก 4 รูปแบบนี้ การนำหุ่นยนต์เข้ามาช่วยงานจะเพิ่มประสิทธิภาพการบริการและช่วยเพิ่มกำไรได้จริง
มาดูกันทีละแบบว่าแต่ละกรณีหุ่นยนต์เข้าไปช่วยตรงจุดไหน
1. ร้านขนาดใหญ่ที่มีจำนวนโต๊ะเยอะ
คำตอบสั้นๆ: ยิ่งร้านใหญ่ พนักงานยิ่งต้องเดินไกลต่อการเสิร์ฟหนึ่งครั้ง หุ่นยนต์เสิร์ฟช่วยได้เพราะเดินรอบเดียวส่งอาหารได้สูงสุดถึง 3 โต๊ะพร้อมกัน
ในร้านที่มีพื้นที่กว้างและโต๊ะจำนวนมาก พนักงานต้องเดินระยะทางค่อนข้างไกลในทุกๆ รอบการเสิร์ฟ
การใช้หุ่นยนต์จึงช่วยลดภาระงานเดินลงได้มาก เพราะหุ่นยนต์ลำเลียงอาหารได้หลายโต๊ะในการเดินเพียงรอบเดียว
2. ร้านอาหารแบบบุฟเฟต์
คำตอบสั้นๆ: ในร้านบุฟเฟต์ งานเสิร์ฟคิดเป็น 60-70% ของงานพนักงานบริการทั้งหมด การให้หุ่นยนต์รับงานส่วนนี้ไปจึงคืนเวลาให้พนักงานไปดูแลลูกค้าได้มากขึ้น
ร้านบุฟเฟต์เป็นประเภทที่พนักงานใช้เวลากับการเสิร์ฟมากที่สุดเมื่อเทียบกับงานบริการด้านอื่น
เมื่อหุ่นยนต์เข้ามารับงานลำเลียงอาหาร พนักงานก็ไม่ต้องคอยเดินเข้า-ออกครัวเพื่อนำอาหารมาเสิร์ฟ และมีเวลาไปโฟกัสกับการดูแลลูกค้าที่โต๊ะแทน
3. ร้านอาหารที่เปิดขายเป็นเวลานาน
คำตอบสั้นๆ: ร้านที่เปิดตั้งแต่เช้าถึงค่ำต้องจ้างพนักงานอย่างน้อย 2 กะหรือจ้าง Part Time เพิ่ม แต่หุ่นยนต์จ่ายเป็นค่าเช่ารายเดือนแล้วใช้งานได้ 24 ชั่วโมง 7 วัน โดยไม่มีต้นทุนเพิ่ม
ยิ่งเปิดร้านนานเท่าไหร่ ต้นทุนค่าแรงก็ยิ่งเพิ่มตามจำนวนกะที่ต้องจัด
ในทางกลับกัน ค่าเช่าหุ่นยนต์เป็นต้นทุนคงที่รายเดือนที่เริ่มต้นเพียง 7,000-8,000 บาท ไม่ว่าจะใช้งานกี่ชั่วโมงต่อวันก็ตาม ยิ่งเปิดร้านนาน ความคุ้มค่าต่อชั่วโมงก็ยิ่งสูงขึ้น
4. ร้านอาหารที่หาพนักงานเสิร์ฟยาก
คำตอบสั้นๆ: ร้านที่ทำเลเดินทางไม่สะดวกหรือเจอปัญหา Turn Over สูง ใช้หุ่นยนต์ช่วยลดภาระงานหนักได้ ทำให้พนักงานลาออกน้อยลงและวางแผนกำลังคนได้ง่ายขึ้น
ปัญหาการหาพนักงานเสิร์ฟมักมาจากสองสาเหตุ คือทำเลร้านที่เดินทางลำบาก และอัตราการลาออกที่สูงเพราะงานหนัก
เมื่อพนักงานขาด ลา มาสายบ่อย ย่อมกระทบทั้งการวางแผนกำลังคนและคุณภาพการบริการที่ลูกค้าได้รับ
การนำหุ่นยนต์เข้ามาช่วยแบ่งเบางานเดินจึงตอบโจทย์ในหลายมิติ:
ลดการลาออกของพนักงาน เพราะภาระงานเดินลดลง พนักงานเหนื่อยน้อยลง
ไม่มีขาด ลา มาสาย ทำให้เจ้าของร้านวางแผนตารางงานได้แม่นยำขึ้น
ไม่ต้องปรับเงินเดือนและไม่มีสวัสดิการเพิ่มเติม ต้นทุนต่อเดือนคงที่และคาดการณ์ได้
สรุป 4 รูปแบบร้านที่เหมาะกับหุ่นยนต์เสิร์ฟ
ร้านขนาดใหญ่โต๊ะเยอะ — ลดระยะทางเดินของพนักงาน เสิร์ฟได้ถึง 3 โต๊ะต่อรอบ
ร้านบุฟเฟต์ — งานเสิร์ฟคิดเป็น 60-70% ของงานพนักงาน หุ่นยนต์รับไปได้เกือบทั้งหมด
ร้านเปิดขายนาน — ค่าเช่ารายเดือนคงที่ ใช้งานได้ 24 ชั่วโมง 7 วัน
ร้านหาพนักงานยาก — ลดการลาออก ไม่มีขาดลามาสาย วางแผนกำลังคนง่ายขึ้น
คำถามที่พบบ่อย
หุ่นยนต์เสิร์ฟหนึ่งตัวเสิร์ฟได้กี่โต๊ะต่อรอบ?
หุ่นยนต์เสิร์ฟสามารถลำเลียงอาหารได้สูงสุดถึง 3 โต๊ะในการเดินเพียงรอบเดียว จึงช่วยลดจำนวนรอบการเดินของพนักงานได้มาก
ร้านบุฟเฟต์ได้ประโยชน์จากหุ่นยนต์เสิร์ฟมากแค่ไหน?
มาก เพราะในร้านบุฟเฟต์ งานเสิร์ฟคิดเป็นสัดส่วน 60-70% ของงานพนักงานบริการ การให้หุ่นยนต์รับงานส่วนนี้จึงคืนเวลาให้พนักงานไปดูแลลูกค้าได้เต็มที่
ค่าเช่าหุ่นยนต์เสิร์ฟอาหารเดือนละเท่าไหร่?
เริ่มต้นที่ 7,000-8,000 บาทต่อเดือน โดยใช้งานได้ 24 ชั่วโมง 7 วัน ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มตามจำนวนชั่วโมงการใช้งาน
หุ่นยนต์เสิร์ฟช่วยแก้ปัญหาหาพนักงานไม่ได้จริงหรือ?
ช่วยได้ในแง่ลดภาระงานหนักที่ทำให้พนักงานลาออก และหุ่นยนต์ไม่มีปัญหาขาด ลา มาสาย ทำให้ร้านวางแผนกำลังคนได้แน่นอนกว่าเดิม
สรุป
หุ่นยนต์เสิร์ฟอาหารไม่ได้เหมาะกับทุกร้าน แต่ถ้าร้านของคุณเข้าข่าย 1 ใน 4 รูปแบบข้างต้น ผลตอบแทนที่ได้จะเห็นชัดทั้งด้านต้นทุน คุณภาพบริการ และการบริหารกำลังคน
ด้วยค่าเช่าเริ่มต้นเพียง 7,000-8,000 บาทต่อเดือน เจ้าของร้านจึงเริ่มทดลองใช้งานจริงได้โดยไม่ต้องลงทุนก้อนใหญ่
หากอยากรู้ว่าร้านของคุณเหมาะกับหุ่นยนต์รุ่นไหน ติดต่อทีมงานไอดิโอเทคเพื่อขอคำปรึกษาได้เลย



ความคิดเห็น